เข้าสู่ระบบ!!
หน้าแรก สินค้า เว็บบอร์ด เกี่ยวกับเรา บทความ วิธีการชําระเงิน ติดต่อเรา
ภาษาไทย
Mobile    
ค้นหา:
  บทความ  รถเข็น 
สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 29/01/2556
ปรับปรุงเวบเมื่อ 17/01/2562
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 148


หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (148)
 ถังบำบัดน้ำเสียPURE
 ถังเก็บน้ำบนดินสีฟ้า PURE
 ถังเก็บน้ำPURE
 หัวเชื้อจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย PURE
 ถังเก็บน้ำบนดินลายแกรนิตPURE
 ถังเก็บน้ำไฟเบอร์กลาสบนดินทรงถ้วย PURE
 ถังดักไขมันไฟเบอร์กลาส
 ถังดักไขมันทรงกลม PE
 ถังบำบัดน้ำเสียแบบไม่เติมอากาศPURE
 ถังบำบัดน้ำเสียไฟเบอร์กลาสทรงกลมแบบเติมอากาศPURE
 ถังบำบัดน้ำเสียแบบเติมอากาศทรงกลมPURE
 ถังบำบัดน้ำเสียไฟเบอร์กลาสทรงกลมแบบไร้อากาศPURE
 ถังบำบัดน้ำเสียไฟเบอร์กลาสทรงแคปซูลเติมอากาศPURE
 ถังบำบัดน้ำเสียไฟเบอร์กลาสแคปซูลไม่เติมอากาศPURE
 ถังเก็บน้ำใต้ดินไฟเบอร์กลาสทรงแคปซูลPURE
 ถังเก็บน้ำฝังใต้ดินPURE
 ถังเก็บน้ำบนดินไฟเบอร์กลาสทรงแคปซูล PURE



จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ

Link
คลิปวีดีโอถังดักไขมันไฟเบอร์กลาส
คลิปถังวีดีโอบำบัดน้ำเสียทรงกลม PE
คลิปวีดีโอถังเก็บน้ำบนดินสีฟ้าและถังเก็บน้ำลายแกรนิต
คลิปวีดีโอถังเก็บน้ำฝังใต้ดิน
คลิปวีดีโอถังเก็บน้ำไฟเบอร์กลาสบนดินและถังเก็บน้ำไฟเบอร์กลาสฝังใต้ดิน
คลิปวีดีโอถังบำบัดน้ำเสียไฟเบอร์กลาสแบบเติมอากาศ








บทความ
วิธีการติดตั้งถังบำบัดน้ำเสียแบบเติมอากาศ (อ่าน 7986/ตอบ 0)
คู่มือวิธีการติดตั้งและการใช้งานถังบำบัดน้ำเสียแบบเติมอากาศ

       บริษัท เปรมดิ์ปรีชา จำกัด ผลิตและจำหน่ายถังบำบัดน้ำเสียPUREทั้งแบบเติมอากาศและแบบไร้อากาศ  โดยทางบริษัทฯได้จัดทำคู่มือการติดตั้งและการบำรุงรักษา ให้ลูกค้าได้ติดตั้งถังบำบัดอย่างถูกวิธี เพราะการติดตั้งที่ผิดวิธีอาจเสียค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น หรือส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมที่เป็นมลพิษทางน้ำได้ 

       คุณสมบัติของระบบบำบัดน้ำเสียแบบเติมอากาศคือการใช้อ๊อกซิเจนจากเครื่องเติมอากาศเข้ามาช่วย ในการเพิ่มปริมาณออกซิเจนในถังบำบัดน้ำเสีย ให้น้ำที่ได้ผ่านการบำบัดแล้วสามารถปล่อยลงสู่บ่อบำบัดรวมสาธารณะได้โดยเกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด 

หลักการทำงานของถังน้ำเสียเติมอากาศ  

ถังบำบัดน้ำเสียสำเร็จรูปแบบเติมอากาศ  (SEPTIC  AND AERATION FILTER)  ทำหน้าที่โดยเริ่มจากขั้นตอนการแยกกากตะกอนหนัก  (SEPTIC)  บำบัดมายังขั้นตอนการกรองแบบเติมอากาศ  (AERATION FILTER)  ซึ่งอาศัยกระบวนการย่อยสลายโดยใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย พร้อมกับใช้วิธีเครื่องเติมอากาศ เข้าไปเพิ่มอ๊อกซิเจนในถังบำบัด ซึ่งจะทำให้การบำบัดมีประสิทธิภาพได้ดีเมื่อใช้อากาศเติมสู่ระบบ ทำให้จุลินทรีย์สามารถทำงานและบำบัดสารอินทรีย์กากของเสียได้ดียิ่งขึ้น ทำให้ได้ค่าน้ำที่ออกมาได้ตามมาตรฐานตามที่หน่วยงานกรมควบคุมมลพิษกำหนด อีกทั้งยังรักษาสิ่งแวดล้อมก่อนปล่อยน้ำเสียออกจากถังเป็นน้ำที่มีคุณภาพ

ตำแหน่งที่จะทำการติดตั้งถัง 

โดยทั่วไปตำแหน่งของถังจะถูกออกแบบไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยแล้วในการออกแบบอาคาร  หากยังไม่มีการออกแบบไว้ก่อน  หรือต้องการติดตั้งถังเพิ่มเติมจากเดิมที่มีอยู่ ควรให้พิจารณาดังต่อไปนี้
1)  ควรติดตั้งภายนอกตัวอาคาร  เพราะสามารถทำการติดตั้งและดูแลรักษาได้ง่าย

2)  ควรติดตั้งใกล้ห้องส้วมและท่อระบายน้ำสาธารณะ  เพื่อลดปัญหาการอุดตันในท่อ

3)  หากติดตั้งในอาคารให้แยกโครงสร้างฐานรากของถังบำบัดออกจากฐานรากของอาคาร

4)  ตรวจสอบตำแหน่งที่จะเดินท่อเติมอากาศรวมถึงตำแหน่งวางปั๊มไม่ควรห่างจากตัวถังมากนักเพราะอาจมีผลต่อแรงอัดอากาศที่ลดลงเมื่อระยะห่างระหว่างถังกับปั๊มอยู่ไกลกันและควรไว้ในที่ร่ม

        5)  ในกรณีมีตู้คอนโทรลปั๊มควรตรวจสอบตำแหน่งที่จะติดตั้งตู้ก่อนและควรไว้ในที่ร่มหรือมีหลังคากันแดดและฝนเพื่อยืดอายุการใช้งาน
         
        6)  ท่อเข้าออกสั่งได้มาตรฐานโรงงานและสั่งพิเศษ  (ติดต่อฝ่ายขาย)

        7)  ในกรณีพื้นที่ในการวางถังบำบัดมีจำกัด ทางบริษัทสามารถสั่งผลิตถังได้ตามความเหมาะสมของหน้างาน โดยทางลูกค้าสามารถติดต่อฝ่ายขายให้ออกแบบคำนวณ ความกว้างและความยาวของถังบำบัดให้เหมาะสมกับการใช้งานจากพื้นที่หน้างานจริงได้


วิธีการติดตั้งถังบำบัดน้ำเสียแบบเติมอากาศมีขั้นตอนตามลำดับต่อไปนี้
        1)ขุดหลุมขนาด  กว้าง X ยาว X สูง  ให้เหมาะสมกับขนาดถังฐานรากและระดับท่อ เข้า – ออก                
       
        2)  (ดูแคตตาล็อคและตารางแต่ละรุ่น)  อาจใช้เสาเข็มตามวิศวกรระบุ  แล้วรองพื้นด้วยทรายและเทคอนกรีตเสริมเหล็ก  หรืออาจใช้เพียงคอนกรีตหยาบ 1:3:5 หากสภาพดินรับแรงดี
        
        3)  ยกถังวางลงในหลุม  จัดระดับถังให้เหมาะสมท่อเข้า - ออก  จะต้องไม่กดลึกกว่าระดับพื้นดินเกินกว่า  0.50 ม.  หากฝังถังลึกเกินไปถังจะเสียหายจากน้ำหนักดินที่กดทับได้          ใช้ลวดสลิงดึงรัดรอบถัง กันถังเคลื่อนและถังลอย  แล้วเติมน้ำให้เต็มถังแล้วจึงกลบด้วยทรายหยาบอัดแน่นรอบถังทุกชั้น ๆ ละ  50  ซม. จากฐานรากถึงผิวพื้นด้านบนจนประกอบท่อเข้า - ออก     ด้วยข้อต่ออ่อนและท่ออากาศให้สูงเลยชั้นหลังคา , ดาดฟ้า
        
       4)  ทำแนวกั้นชั่วคราวเป็นแนวเขตป้องกัน  และทำป้ายระวังถังบำบัด โดยรอบถัง เพื่อป้องกันรถบด , หรือเครื่องจักรหนักเข้ามาเหยียบถังโดยรอบขอบถังอย่างน้อย 1.50 ม.     ตลอดช่วงระยะเวลาก่อสร้าง
       
       5)  เทพื้น  ค.ส.ล. ขนาดไม่เกิน  80 X 80 X 10 ซม.  และฝังแหวนรองฝา  ทิ้งไว้ให้ปูนแห้งแล้วจึงวางฝาปิด  เติมหัวเชื้อ  เป็นเสร็จขั้นตอน


ข้อควรระวังในการติดตั้งถัง

        1.  ถังบำบัดจะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด  ถ้าได้รับการติดตั้งอย่างถูกวิธีและปฏิบัติตามคำแนะนำจากบริษัท เปรมดิ์ปรีชา จำกัด 
       
        2.  ระดับของท่อน้ำเสียที่เข้า  และท่อน้ำเสียที่ออกจากถัง  ควรอยู่สูงกว่าระดับท่อระบายน้ำสาธารณะ
        
        3.  การฝังท่อร้อย  (Sleeve)  ที่คานชั้นล่าง  จะช่วยทำให้ระดับถังที่ติดตั้งไม่ลึกมากเกินไปและ    ทำให้การระบายน้ำสะดวกขึ้น
        
        4.  ความลาดเอียงของท่อที่เข้า  และท่อที่ออกจากถัง  ไม่น้อยกว่า  1 : 100  หรือมีความสูงต่างกัน 1  เซนติเมตร  ต่อความยาว  1  เมตร  หากท่อน้ำเสียยาวมาก  (เกิน  4  เมตร)  ให้เพิ่มช่องล้างท่อ(FCO)  ที่ต้นท่อ  หรือใช้บ่อพักทุกระยะ  8  เมตร
       
        5.  การยกถังบำบัด  ให้ยกโดยใช้ลวดสลิงรองรับถัง  โดยใช้รถยกที่ออกแบบไว้รับน้ำหนักโดยเฉพาะห้ามยกที่ท่อเข้า - ออกซึ่งอาจทำให้ท่อหักได้
        
        6.  ห้ามติดตั้งถังในระดับท่อเข้าถึงพื้นผิวดินความลึกเกินกว่า  50  ซม.  ไม่ควรก่ออิฐฉาบปูนเป็นคอถังเพราะมีน้ำหนักกดทับถังมาก  กรณีมีความจำเป็นต้องติดตั้งลึกเกินกว่าที่กำหนด
       
        7.  ให้ใช้ทรายหยาบอัดแน่นด้วยคนและเครื่องตบอัดทรายรอบ ๆ ถัง  ตั้งแต่ฐานรากจนถึงผิวดินชั้นบนสุด  (เติมน้ำให้เต็มถังและบดอัดทรายพรมน้ำสลับกันทุกระยะความสูง  50  ซม.จนเต็มถัง พื้นผิวดินชั้นบน)
        
        8.  บริเวณที่ติดตั้งถังต้องทำแนวรั้วชั่วคราว  เพื่อป้องกันไม่ให้มีรถยนต์ , รถบรรทุก  หรือวัสดุหนักเข้าไปเหยียบหรือกดทับบริเวณใกล้เคียงโดยเด็ดขาด  ยกเว้นที่การทำโครงสร้างช่วยรับน้ำหนัก    ไว้แล้ว
       
        9.  การต่อท่อระบายอากาศ  (V 2)  ให้สูงเหนือชั้นหลังคาแยกต่างหากออกจากท่อระบายอากาศ (V 1)  ของอากาศ  จะช่วยลดปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

       10.อุปกรณ์ที่เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งปั๊มเติมอากาศ และตู้คอนโทรล ควรอยู่ในห้องควบคุมหรืออยู่ในที่ร่มห่างจะความชื้น เพื่อยืดอายุการใช้งานที่นานขึ้น

       11.  หากท่านมีข้อสงสัยในการติดตั้ง  โปรดโทรแจ้งฝ่ายวิศวกรรมและบริการ  บริษัท เปรมดิ์ปรีชา จำกัด  ได้ตลอดเวลาทำการ

   การดูแลรักษาหลังจากติดตั้งแล้วและเริ่มใช้งาน 

       1.  กำจัดตะกอน  โดยการจ้างรถบริการดูดส้วม  อย่างน้อยปีละ  1 - 2  ครั้งทั้งช่องแยกตะกอน  และช่องกรอง  หรือช่องเติมอากาศ  เพื่อให้ประสิทธิภาพการบำบัดดีขึ้น

      2.  ดูดตะกอนที่ก้นถังออกในปริมาณไม่เกิน 1/3 ของปริมาตรถัง  (หากสูบมากเกินกำหนดถัง    อาจเสียหายได้)  กรณีถังเติมอากาศ  ให้สลับกันดูดจากช่องแยกตะกอน  และช่องกรองเพื่อรักษาระดับน้ำ  ระหว่างช่องยุบลงให้เท่า ๆ กัน  ทำให้ถังบำบัดมีอายุการใช้งานยาวนาน

     3.  ให้เติมน้ำเต็มถังทันที  (สังเกตท่อน้ำล้นจะไหลออกลงบ่อพัก)  แล้วจึงปิดฝาถังให้เรียบร้อย

     4.  กรณีถังเติมอากาศ  ให้ตรวจสอบการทำงานของเครื่องเติมอากาศและเครื่องสูบตะกอน         ว่าทำงานตามกำหนดหรือไม่ รวมถึงตู้คอนโทรลจะเป็นตัวควบคุมการทำงานของปั๊มเติมอากาศ เพราะถังเติมอากาศต้องใช้อากาศเพื่อเลี้ยงเชื้อจุลินทรีย์ หากไม่มีเติมอากาศเติมลงถังบำบัดเชื้อจุลินทรีย์บางส่วนอาจตายได้และในกรณีถ้าเครื่องเติมอากาศชำรุดเป็นระยะเวลา1-2วัน อาจส่งผลต่อค่าน้ำBODออกที่เพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากขาดอากาศไปเลี้ยงเชื้อจุลินทรีย์(หากมีเสียงดังผิดปรกติจากปั๊ม  ลมไม่ออก  หรือสูบน้ำไม่ขึ้น  ให้แจ้งฝ่ายบริการ)

    5.  ห้ามทิ้งเศษขยะ  หรือของที่ไม่ย่อยสลาย  ลงในถังบำบัดน้ำเสีย

    6.  การทำความสะอาดห้องน้ำทุกครั้ง  ควรใช้น้ำยาล้างห้องน้ำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  ไม่ควรล้างบ่อยและอย่าใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคชนิดรุนแรงไหลลง  เพราะจะทำให้ถังทำงานได้ไม่มี    ประสิทธิภาพ

    7.  กรณีถังดักไขมัน  ให้ถอดตะกร้าเทขยะ  และล้างตะกร้าทุกวัน  หรือเมื่อขยะเต็มหรืออุดตัน
(ซึ่งอาจทำให้ถังบำบัดเสียหายได้ภายหลัง)

    8.  บริษัท เปรมดิ์ปรีชา จำกัด   มีการบริการเสริมหลังการขาย  โปรดติดต่อฝ่ายบริการโดยตรง

    9.  ควรสูบตะกอนไปกำจัดปีละ  1 - 2  ครั้ง  โดยสูบประมาณไม่เกิน 1/3  ของถังแล้วเติมน้ำ     หลังจากนั้นให้ใส่หัวเชื้อจุลินทรีย์ในถังบำบัด  เพื่อเพิ่มจุลินทรีย์แทนของเก่าที่สูบออกไปให้การบำบัดมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

สินค้า/บริการ แนะนํา

หน้าแรก  |  สินค้า  |  เว็บบอร์ด  |  เกี่ยวกับเรา  |  บทความ  |  วิธีการชําระเงิน  |  ติดต่อเรา  |  Sitemap
© 2001- . TARAD.com. All Rights Reserved.
//